User Login

บริการ

บริการซื้อขายหลักทรัพย์

          บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CGS เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศ มีประสบการณ์ที่ให้บริการอันยาวนานกว่า 40 ปี มีการให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ข้อมูลต่างๆ อย่างมีคุณภาพ อีกทั้ง บริษัทฯ เข้าใจดีถึงความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า จึงมีความตั้งใจที่จะเน้นการให้บริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

          บริษัทฯ เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ หมายเลข 3 ดำเนินธุรกิจให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเป็นตัวแทนซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล สถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงกองทุน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีสำนักงานสาขาที่ให้บริการแก่นักลงทุนทั้งในเขตกรุงเทพฯ และเขตภูมิภาค มีทีมงานด้านการตลาด ทีมงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาแก่นักลงทุน ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

          นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงบทวิเคราะห์ และแหล่งข้อมูลต่างๆ สำหรับนักลงทุน ผ่านทางเว็บไซต์ หรือผ่านทางแอพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android เพื่อความสะดวกรวดเร็วต่อการตัดสินใจการลงทุน  นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัท 3 ประเภท ได้แก่ บัญชีเงินสด (Cash) บัญชีที่วางเงินไว้กับบริษัทฯ ล่วงหน้า เพื่อการชำระราคาเต็มจำนวน (Cash Balance) และบัญชีเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance)
 

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

ประเภทบัญชี

บัญชีเงินสด ( Cash Account)
  • บัญชีที่ลูกค้าที่ต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Equity) เต็มจำนวนด้วยเงินสด
  • ก่อนการซื้อหลักทรัพย์ ต้องวางหลักประกัน ได้แก่ เงินสดหรือมีหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลักประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • วงเงินที่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์เท่ากับวงเงินตามหลักประกัน แต่ไม่เกินวงเงินที่บริษัทฯ อนุมัติให้ซื้อขายได้
  • การชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งมอบหลักทรัพย์ภายในวันทำการที่ 2 ถัดจากวันที่ซื้อขาย (T+2)
บัญชีเงินฝาก (Cash Balance) 
  • บัญชีที่ลูกค้าต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Equity) ภายในวงเงินตามหลักประกันเงินสดที่ฝากไว้กับบริษัทฯ
  • ก่อนการซื้อหลักทรัพย์ ต้องวางหลักประกัน ได้แก่ เงินสดในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลักประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • วงเงินที่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์เท่ากับวงเงินตามหลักประกันเงินสด โดยอำนาจซื้อเพิ่ม (จากการขายหลักทรัพย์ หรือการฝากเงินสด) / ลด (จากการซื้อหลักทรัพย์หรือการถอนหลักประกันเงินสด)โดยอัตโนมัติ
  • การชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยตัดหลักประกันเงินสดที่ฝากไว้กับบริษัทฯ และส่งมอบหลักทรัพย์ภายในวันทำการที่ 2 ถัดจากวันที่ซื้อขาย (T+2)
บัญชีมาร์จิ้น (Credit Balance) 
  • บัญชีที่ลูกค้าต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Equity) โดยขอใช้เงินกู้ยืมจากบริษัทฯ บางส่วน เพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) 
  • ลูกค้าต้องนำเงินมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้กับบริษัทฯ ก่อนการซื้อหลักทรัพย์์
  • อัตราดอกเบี้ยกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลักประกัน เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • วงเงินที่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่นำมาวาง และมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อและที่วางเป็นหลักประกัน แต่ไม่เกินวงเงินที่บริษัทฯ อนุมัติให้ซื้อขายได้
  • บริษัทต้องทำการ Mark to Market หลักทรัพย์ที่เป็นหลักประกันทุกวัน ซึ่งจะมีผลทำให้อำนาจซื้อของลูกค้า เพิ่ม/ลด โดยอัตโนมัติ ตามมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ของลูกค้า
บัญชีตราสารอนุพันธ์ (Derivative)
  • บัญชีที่ลูกค้าต้องการซื้อขายสัญญาซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Derivative)
  • ก่อนการซื้อสัญญาซื้อขายสัญญาล่วงหน้าต้องวางเงินสดเป็นหลักประกัน
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลักประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • อำนาจซื้อของลูกค้าจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ลูกค้านำมาวาง แต่ไม่เกินวงเงินที่บริษัทฯอนุมัติให้ซื้อขายได้
  • บริษัทต้องทำการปรับมูลค่าหลักประกัน (Mark to Market) ทุกวัน ซึ่งจะมีผลทำให้อำนาจซื้อของลูกค้า เพิ่ม/ลด โดยอัตโนมัติ ตามมูลค่าตลาดของของลูกค้า
     
     
เอกสารสำหรับการเปิดบัญชี
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นบุคคลต่างชาติ)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทย (กรณีเป็นบุคคลต่างชาติ)
  • สำเนารายการเดินบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน หรือ สำเนาเอกสารแสดงฐานะการเงิน (ต้องมีชื่อของท่านแสดงความเป็นเจ้าของ)
  • สำเนาหน้าที่แสดงเลขที่บัญชีธนาคารและชื่อของท่าน (ATS) ที่ท่านต้องการให้หักเงินอัตโนมัติ (ต้องไม่เป็นบัญชีร่วม และ,หรือ)
  • ค่าอากรแสตมป์ติดสัญญาแต่งตั้งตัวแทนนายหน้า 30 บาท
      
กรณีมีมอบอำนาจ ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ
  • ค่าอากรแสตมป์ติดหนังสือมอบอำนาจ 30 บาท/1 ท่าน
 
สำหรับลูกค้าใหม่ สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีกับทางบริษัทฯ
และต้องการซื้อขายทาง Internet
  • กรอกรายละเอียดในใบคำขอเปิดบัญชี/อนุมัติวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์
        หากต้องการใช้บริการซื้อขายทาง Internet  ให้ดำเนินการดังนี้
  • กรอกรายละเอียดและเซ็นต์ชื่อในสัญญาแต่งตั้งตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์
  • เซ็นต์สัญญาการขอใช้บริการ Internet แล้วให้มายื่นด้วยตนเองตามที่อยู่ข้างต้น หรือสาขาของบริษัทฯ ทั่วประเทศ
  • ลงชื่อในบัตรตัวอย่างลายมือชื่อ/ตราประทับ
  • บริษัทฯ จะจัดส่ง Password/PIN Code ให้ทาง E-mail ตาม E-mail Address ที่ท่านได้ให้ไว้
  • กรอกรายละเอียดในใบตัดบัญชี ATS
 
  • เตรียมเอกสารประกอบการเปิดบัญชีพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง นำเอกสารทั้งหมด มาติดต่อด้วยตนเอง หรือส่งเอกสารทั้งหมดมายังฝ่ายเปิดบัญชี
 

ติดต่อด้วยตนเอง หรือ ส่งเอกสารทั้งหมดมาที่ :

ฝ่ายบริการลูกค้า 
บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 132 อาคารสินธรทาวเวอร์ 1 ชั้น 3
และ ทาวเวอร์ 3 ชั้น 18, 20 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0-2205-7000


ถาม - ตอบ

ในบริการของ Internet Trading สามารถแบ่งเป็นบริการสำคัญต่างๆ ได้ดังนี้

หุ้น คือ  หลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่ง / ผุ้ถือหุ้นในบริษัท ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงตามผลประกอบการของบริษัทและภาวะตลาดโดยรวม

                   ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์มีหลายรูปแบบด้วยกันเช่น กำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) เงินปันผล (Dividend)  สิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ (Rights offering) โดยหลักการแล้ว นักลงทุน จะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตราบใดที่บริษัทมีผลประกอบการที่ดี และหุ้นมีราคาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยภายในและภายนอกจะมีผลต่อความผันผวนของราคาหุ้น

                   ราคาหลักทรัพย์เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างมีผลกระทบต่อราคาหุ้น อาทิ ผลประกอบการของบริษัท หรือของทั้งอุตสาหกรรม หรือภาวะเศรษฐกิจทั่วไป  การลดความเสี่ยงสามารถทำได้โดยศึกษาความเป็นไปของบริษัทในอดีต และการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต รายงานการวิเคราะห์หุ้นและความเห็นของนักวิเคราะห์ แนวโน้มของอุตสาหกรรม  รวมทั้งติดตามข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ที่บริษัทเปิดเผย

ดัชนีราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นดัชนีราคาหุ้นที่คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาด ซึ่งคำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์โดยมีสูตร การคำนวณดังนี้

ดัชนีราคา หุ้นตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) =      มูลค่าตลาดรวมวันปัจจุบัน (Current Market Value) X 100
                                                                                                                                                                มูลค่าตลาดรวมวันฐาน (Base Market Value)

ดัชนีราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นดัชนีเปรียบเทียบมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ที่เป็นหุ้นสามัญทั้งหมด ที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันปัจจุบันกับมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ ในวันฐาน คือ วันที่ 30 เมษายน 2518   โดยมีการปรับฐานการคำนวณในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนหลักทรัพย์จดทะเบียน เช่น เมื่อมีการรับหรือเพิกถอนหลักทรัพย์การรับหุ้นเพิ่มทุน เป็นต้น เพื่อให้การเคลื่อนไหวของดัชนีสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์เท่านั้น

SET 50 INDEX   คือดัชนีราคาหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์จัดทำขึ้นอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้แสดงระดับ ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญตัวที่มีมูลค่าตลาดสูง และการซื้อขายมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ สูตรและการ คำนวณ คล้ายการคำนวณ SET INDEX   คือการคำนวณจากหุ้นสามัญ 50 หุ้นที่เลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สูตร หลักคือ:

SET INDEX =      CMV X 100
                                                           BMV

CMV = มูลค่าตลาดรวม ปัจจุบัน (Current market value of all common stocks)

BMV = Base market value of all common stocks

ตลาดหลักทรัพย์ได้คำนวณดัชนีตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 2538 ซึ่ง ณ. วันนั้น ดัชนี = 100

                    เริ่มแรกนั้นการจัดทำ SET 50 Index ก็เพื่อใช้เป็นดัชนีพื้นฐานสำหรับบริการซื้อขายดัชนีหุ้นล่วงหน้า (Index Futures) และตราสารสิทธิที่จะซื้อขายดัชนีหุ้น (Index Options ) SET 50 INDEX คำนวณจากหุ้นสามัญจดทะเบียนจำนวนหนึ่งที่ถือเป็นตัวแทนมูลค่าหุ้นสามัญส่วนใหญ่ในตลาด  และปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีนี้ควรจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับ SET INDEX ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันการวิจัยเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ามูลค่าตามราคาตลาด และยอดการซื้อขายทั้งหมดของหลักทรัพย์ 50 รายการที่มีค่าสูงสุดเรียงตามลำดับ ของมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) เป็นตัวแทนของตลาด ทั้งหมดได้ เนื่องจาก เมื่อได้เพิ่มจำนวนหลักทรัพย์เป็น 100 รายการทำให้เพิ่มสัดส่วนของมูลค่าตามราคาตลาดทั้งหมดรวมทั้งยอดซื้อขายทั้งหมดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการเสนอว่าดัชนีใหม่นี้ควร รวมหุ้นสามัญที่จดทะเบียน 50 หุ้น ที่มีมูลค่าตลาดสูงรวมทั้งมีสภาพคล่องสูงด้วย (High liquidity) ดัชนีนี้ไม่เพียงแต่ควรจะเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันกับ SET INDEX ที่ใช้อยู่ใน ปัจจุบัน แต่จะต้องใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลงานของผู้จัดการกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย  

เครื่องหมาย SP เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว  โดยแต่ละครั้ง มีระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย SP ดังนี้

  • มีข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญ  ที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์  ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ได้รับรายงานจากบริษัท และอยู่ในระหว่างการสอบถามข้ เท็จจริง และรอคำชี้แจงจากบริษัท และตลาดหลักทรัพย์